ทักษะสังคมเริ่มได้ตั้งแต่เบบี๋

ทักษะสังคมเริ่มได้ตั้งแต่เบบี๋ 

เบบี๋ที่เพิ่งเกิดมาก็มีสัญชาตญาณและเริ่มเรียนรู้การเข้าสังคมแล้วแต่สังคมแรกของเด็กตัวเล็กๆ คือที่ไหน และพ่อแม่จะช่วยเติมเต็มทักษะทางสังคมให้ลูกได้อย่างไร เนอสเซอรี่ชลบุรี บ้านครูน้ำฝน นำมาฝากคุณพ่อคุณแม่ที่นี่ ต้องติดตามกันค่ะ


“ครอบครัว” สังคมแรกของเบบี๋

เนอสเซอรี่ชลบุรี
หน่วยที่เล็กที่สุดของสังคมคือครอบครัว แม้ลูกน้อยเพิ่งเกิดมาและแทบไม่ได้ออกไปพบปะผู้คน แต่อย่างน้อยที่สุดลูกจะได้เรียนรู้การเข้าสังคมจากคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งเป็นเพื่อนเล่นคนแรกของลูก ก่อนจะเริ่มใกล้ชิดกับญาติๆ เพื่อนต่างวัยอย่างพี่ๆ และเพื่อนวัยเดียวกัน แล้วการที่ลูกจะสามารถคุ้นเคยกับผู้อื่นจนรู้จักสร้างมิตรภาพได้เองนั้นต้องอาศัยการฝึกฝนทักษะทางสังคมจากคุณพ่อคุณแม่ค่ะ


1. เมล็ดพันธุ์ทางสังคมเริ่มผลิบาน

แม้จะใช้ชีวิตอยู่กับคุณพ่อคุณแม่เป็นหลัก แต่เบบี๋วัยแรกเกิดถึง 3 เดือนก็มีสัญชาตญาณในการเข้าสังคมค่ะ สังเกตได้จากการร้องไห้บอกความต้องการ ยิ้มตอบหรือแม้แต่หันหน้าตามทางของเสียงที่ได้ยิน ซึ่งถือเป็นการตอบสนองอย่างหนึ่งค่ะ คุณแม่ควรอุ้ม สัมผัส และโอบกอดลูกน้อยบ่อยๆ เพื่อให้การสัมผัสเป็นจุดเริ่มต้นก่อความผูกพันและกระตุ้นให้ลูกน้อยตื่นตัวที่จะเรียนรู้เข้าสังคม การพูดคุยกับลูกวัยนี้ควรยื่นหน้าเข้าไปมองหน้าลูกใกล้ๆ และใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยนจะทำให้ลูกเรียนรู้ความเป็นมิตรจากน้ำเสียงได้ด้วย


2. เปิดตัวเข้าหาคนอื่น

ลูกน้อยวัย 3-5 เดือน เริ่มทักทายคนแปลกหน้าด้วยการส่งเสียงอ้อแอ้ ทำเสียงคิกคักๆ หรืออ้าแขนเอนตัวเข้าหาเพราะอยากให้อุ้ม ซึ่งลูกวัยนี้สามารถบอกความต้องการของตัวเองผ่านการร้องไห้ ส่งเสียงสีหน้า และท่าทางต่างๆ ได้แล้ว ถึงอย่างไรลูกก็จะจำคุณแม่และคนที่คุ้นเคยได้แม่นยำเชียวค่ะ สรรหาเสียงนานาชนิด เช่น เสียงเพลง เสียงดนตรี หรือแม้แต่คุณแม่เองที่เลียนเสียงลูกน้อยด้วยโทนเสียงสูงๆ ต่ำๆ จะช่วยกระตุ้นการฟังและการกระตุ้นให้ลูกส่งเสียงโต้ตอบด้วย คุณแม่ควรส่งรอยยิ้ม แลบลิ้น หรือแสดงท่าทางและอารมณ์ต่างๆ อย่างชัดเจนกับลูกจะทำให้ลูกเห็นการแสดงออกและแยกแยะความแตกต่างของท่าทางและอารมณ์ได้และค่อยดูดีๆ จะเห็นเจ้าตัวเล็กเลียนแบบท่าทางนั้นๆ ค่ะ

3. กลัวคนแปลกหน้า

เมื่อถึงวัย 5-7 เดือน นอกจากลูกจะรู้จักชื่อของตัวเองแล้ว คุณแม่ไม่ต้องแปลกใจนะคะที่อยู่ดีๆ ลูกน้อยเกิดกลัวคนแปลกหน้าขึ้นมาดื้อๆ เพราะลูกสามารถจดจำหน้าตาของคุณแม่คุณพ่อรวมถึงคนคุ้นเคยได้แล้ว แถมยังเข้าสู่ช่วงกลัวการพรากจากคุณแม่ด้วยค่ะ ลูกจะรู้สึกวิตกกังวลเมื่อต้องอยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้าและหวงคุณแม่มากเป็นพิเศษ เรียกว่าไม่ยอมปล่อยให้ห่างตัวและคลาดสายตาเลยทีเดียว เริ่มพาลูกน้อยออกไปทักทายคนแปลกหน้าแล้วสอนให้รู้จักทักทาย ยกมือไหว้สวัสดี อาจจะชวนญาติๆ เพื่อนๆ มาเยี่ยมลูกที่บ้าน และปล่อยให้ลูกสร้างความรู้สึกคุ้นเคยกับแขกที่มาเยี่ยมสักพักค่ะ เมื่อลูกอยู่กับคนอื่น คุณแม่ลองใช้วิธีเข้า-ออกจากห้องหลายๆ ครั้งเพื่อให้ลูกมีโอกาสอยู่กับบุคคลอื่นที่ไม่คุ้นเคยดูบ้าง แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่เกิดขึ้นไม่นาน แรกๆ ลูกอาจจะร้องไห้จ้าแต่ไม่นานก็หยุดร้องเพราะลูกรู้ว่าถึงคุณแม่จะไม่อยู่ในห้องแต่ไม่นานก็กลับเข้าไปหาเสมอค่ะ ให้เวลาลูกสร้างความคุ้นเคยกับคนแปลกหน้าสักพัก ก่อนจะค่อยๆ ปล่อยให้ลูกเล่นกับคนอื่น


4. มีเพื่อนวัยเดียวกัน
หากมีโอกาสพาลูกวัย 7-9 เดือนออกไปเจอเด็กคนอื่นที่ช่วงวัยไล่เลี่ยกัน คุณแม่จะสังเกตเห็นว่าลูกเริ่มให้ความสนใจเพื่อนใหม่ จดๆ จ้องๆ แอบมองบ้าง เอื้อมมือไปสัมผัสบ้าง หรือส่งยิ้มพร้อมกับส่งเสียงทักทาย แต่ที่น่ารักคือเด็กๆ จะส่งเสียงโต้ตอบกันด้วยการพยายามเลียนแบบเสียงของอีกฝ่ายหนึ่ง แต่ยังจะไม่เล่นด้วยกันมากนัก

      
ควรพาลูกออกไปนอกบ้านและทำความรู้จักเพื่อนใหม่ที่มีช่วงไล่เลี่ยกันบ่อยๆ ลูกจะได้มีเพื่อนเล่นและเรียนรู้การเข้าสังคมกับเด็กวัยเดียวกัน ลูกวัยนี้ยังเล่นด้วยกันไม่เป็น คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องคอยดูแลช่วยแนะให้ลูกรู้จักที่จะเล่นด้วยกันกับเด็กคนอื่น เช่น ไม่แย่งของคนอื่น แบ่งของกันเล่น ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อยๆ สอน ค่อยๆ ปลูกฝังไปได้เรื่อยๆ

5. จดจำวิธีเข้าสังคม

หลังจากได้เจอคนแปลกหน้าและเพื่อนใหม่วัยเดียวกันพอสมควรแล้ว ลูกน้อย 9 เดือนขึ้นไป จะจดจำวิธีปฏิบัติของสังคมแบบง่ายๆ ได้แล้ว เช่น สวัสดีทักทายเมื่อเพิ่งเจอกัน โบกมือบ๊ายบายและส่งจูบก่อนจากไป ฯลฯ เริ่มเข้าใจความหมายของคำว่า “ไม่” และกระตือรือร้นที่จะร่วงวงสนทนากับทุกคนในบ้านแล้วล่ะ ก่อนออกจากบ้านโบกมือบ๊ายบายให้ลูกรู้ว่าคุณแม่จะออกไปข้างนอก และเมื่อกลับเข้ามาก็หอมแก้มเป็นการทักทายแบบพิเศษกับลูกด้วยนะคะ ถ้าคุณแม่คุณพ่อพูดคำว่า “ไม่” ควรยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพื่อให้ลูกน้อยเข้าใจความหมายเชิงปฏิเสธจริงๆ อาจจะอธิบายสั้นๆ ลูกจะได้เข้าใจว่าสิ่งนั้นทำไม่ได้เพราะอะไร เช่น แย่งของคนอื่นมาเล่นไม่ได้เพราะไม่ใช่ของหนู เป็นต้น หากมีเพื่อนๆ มาเยี่ยมที่บ้าน อย่าลืมพาเจ้าตัวเล็กไปนั่งร่วมวงและจัดที่นั่งให้เขาอยู่กลางวงล้อม เสียงสอดแทรกเป็นระยะของลูกจะช่วยสร้างสีสันและเรียกเสียงหัวเราะได้ไม่น้อย  ทักษะทางสังคมของลูกน้อยปลูกฝังได้ไม่ยาก เพียงคุณพ่อคุณแม่เป็นตัวอย่างที่ดี เอาใจใส่อย่างใกล้ชิดก็ช่วยสร้างสังคมแรกที่ทำให้ลูกได้เรียนรู้พื้นฐานการเข้าสังคมกับคนอื่นและรู้ว่าควรจะสร้างมิตรภาพที่แท้จริงและยั่งยืนต่อไปอย่างไรค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก magickidschool

แสดงความคิดเห็น