สาระน่ารู้

ภูมิแพ้… โรคเด็กยอดฮิต

ภูมิแพ้… โรคเด็กยอดฮิต

0 by / on January 6, 2013, 4:22 pm / in บทความเพื่อลูกรัก, สาระน่ารู้

ในระยะสิบกว่าปีที่ผ่านมา เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้ป่วยโรคภูมิแพ้มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งผู้ป่วยเด็กและผู้ใหญ่ ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากมลภาวะทางอากาศในรูปแบบต่างๆ ที่พบเพิ่มขึ้น และการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมเมือง โรคภูมิแพ้มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมอยู่ด้วย และไม่ใช่โรคติดต่อกันภายในครอบครัว การถ่ายทอดส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเครือญาติสายตรง พ่อแม่ที่เป็นโรคภูมิแพ้มีโอกาสที่จะมีลูกที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้ เพิ่มขึ้น โดยไม่มีความจำเป็นต้องว่าโรคภูมิแพ้ประเภทเดียวกัน เช่น พ่อเป็นโรคแพ้อากาศ ลูกอาจเป็นโรคหอบหืดก็ได้ โรคภูมิแพ้มีหลายประเภท ที่พบบ่อยมี 4 โรคคือ โรคแพ้อาหาร โรคภูมิแพ้ผิวหนัง โรคแพ้อากาศ และโรคหืด การเกิดโรคภูมิแพ้มักเริ่มต้นจากการแพ้อาหาร ตามมาด้วยภูมิแพ้ผิวหนัง โรคหืด และแพ้อากาศในที่สุด อย่างไรก็ตาม การดำเนินโรคไม่จำเป็นต้องเป็นตามลำดับ บางคนเป็นเพียงโรคเดียวก็ได้  นอกจากนี้ยังมีโรคภูมิแพ้ทางตา และโรคภูมิแพ้รุนแรงเฉียบพลันแพ้นม-แพ้อาหาร… จุดเริ่มต้นของโรคภูมิแพ้ ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้จำนวนไม่น้อยที่เริ่มมีอาการตั้งแต่ยังเล็ก โดยเริ่มต้นจากการแพ้นม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนมวัว หรือแพ้อาหารบางอย่าง ที่พบบ่อยคือ ไข่ ถั่วเหลือง อาหารทะเล และแป้งสาลี อาการแพ้อาหารมีหลากหลาย อาการทางผิวหนัง ได้แก่ ผื่นคัน ผื่นลมพิษ อาการของทางเดินอาหาร ได้แก่ อาเจียน ท้องเสีย ซึ่งอาจทำให้เด็กเจริญเติบโตไม่สมวัยได้  และอาการของทางเดินหายใจ ได้แก่ คัดจมูก หายใจเหนื่อยหอบ เมื่อรับประทานอาหารบางอย่างหรือดื่มนมแล้วเกิดอาการที่เข้าได้กับอาการแพ้ อาหาร เช่น ผื่นที่ผิวหนัง [...]

Read more ›
พัฒนาการลูกน้อยแต่ละช่วงวัย

พัฒนาการลูกน้อยแต่ละช่วงวัย

0 by / on December 15, 2012, 4:46 pm / in บทความเพื่อลูกรัก, สาระน่ารู้

รู้ทันพัฒนาการเด็กวัยแรกคลอด เสริมสร้างเจ้าตัวเล็กให้เติบโตแข็งแรง รับมือกับเจ้าตัวน้อยตั้งแต่วัยแรกคลอดจนเติบโตอาจจะดูไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากจนต้องทำให้คุณแม่มือโปร ต้องกังวลใจนะคะ ถ้าหากเราทำความเข้าใจว่าพัฒนาการเด็กในแต่ละช่วงวัย ก็จะช่วยให้คุณแม่สามารถเลือก กิจกรรม เมนูอาหาร และให้ความรักและความเอาใจใส่ที่เหมาะสมได้ตั้งแต่แรกคลอดเลยค่ะ ถ้าอย่างนั้น มาทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กันเลยว่า เด็กแต่ละช่วงวัย เขาต้องการอะไรกันบ้างนะคะ

Read more ›
เล่นให้ถูก ส่งเสริมการพัฒนาการของลูก

เล่นให้ถูก ส่งเสริมการพัฒนาการของลูก

0 by / on December 15, 2012, 4:21 pm / in สาระน่ารู้

 

Read more ›
ลูกเราสมาธิสั้นหรือเปล่า

ลูกเราสมาธิสั้นหรือเปล่า

0 by / on November 18, 2012, 2:05 pm / in บทความเพื่อลูกรัก, สาระน่ารู้

บาง ครั้งพฤติกรรมที่เด็กแสดงออกมาก็ทำให้คุณพ่อคุณแม่สงสัยได้ว่า ลูกเราปกติหรือไม่ เพราะบางท่านได้รับข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ผิดปกติ แต่ไม่ได้ศึกษาอย่างละเอียดพอ หรือเกิดอาการไม่แน่ใจพัฒนาการของลูกว่าปกติหรือไม่ โดยเฉพาะอาการสมาธิสั้น ซึ่งดูออกค่อนข้างยาก ฉบับนี้เราจึงนำเสนอข้อมูลเพื่อเป็นแนวทางในการสังเกตพฤติกรรมและพัฒนาการ ว่าลูกเข้าข่ายสมาธิสั้นหรือไม่ ถ้าใช่จะได้หาทางแก้ไขได้ทันค่ะ   รู้จักโรคสมาธิสั้น โรค สมาธิสั้น เป็นความผิดปกติของพฤติกรรมและอารมณ์ ซึ่งจะเกิดขึ้นในเด็กก่อนอายุ 7 ปี เกิดจากความผิดปกติของสมอง และมีผลพอจะพิสูจน์ได้ว่าน่าจะเป็นผลมาจากพันธุกรรม แต่จะมีวิธีการถ่ายทอดมาอย่างไรนั้นยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน แต่มีการบ่งบอกว่ามีสมองในส่วนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสมาธิ ทำงานไม่สัมพันธ์กับระบบสั่งงานอื่นๆ   เด็กจะมีลักษะซน ไม่อยู่นิ่ง ไม่มีสมาธิ หุนหันพลันแล่น ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ถ้าไม่ได้รับการแก้ไข จะทำให้มีปัญหาพัฒนาการด้านต่างๆ ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน และการเข้าสังคม ซึ่งอาการที่กล่าวไปเบื้องต้นนี้เอง ที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายคนเป็นห่วง และเกิดความเข้าใจผิดว่าลูกเราผิดปกติหรือไม่   1. ไฮเปอร์แอกทีฟ (Hyperactivity) คือ มีความบกพร่องทางพฤติกรรม มีอาการซนมากผิดปกติ ยับยั้งชั่งใจไม่ได้ สังเกตจาก – ไม่รู้จักระวังตัวเอง จนทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ – อยู่ไม่สุก นั่งอยู่กับที่ไม่ค่อยได้ อยู่ไม่นิ่ง วุ่นวาย กระสับกระส่าย – พูดคุยมากผิดปกติ ชอบพูดขัดจังหวะ ช่างฟ้อง [...]

Read more ›
รู้ทัน 2 เชื้อโรคร้าย เพื่อปกป้องลูกรัก จากอันตราย

รู้ทัน 2 เชื้อโรคร้าย เพื่อปกป้องลูกรัก จากอันตราย

0 by / on November 15, 2012, 10:27 pm / in บทความเพื่อลูกรัก, สาระน่ารู้

เจ้าเชื้อโรคร้าย คืออะไร? เชื้อ แบคทีเรียตัวร้ายที่แผลงฤทธิ์ จนก่อให้เกิดโรคอันตรายในเด็ก ที่อยากให้คุณพ่อคุณแม่รู้จัก คือเจ้าเชื้อนิวโมคอคคัส และเชื้อเอ็นทีเอชไอ(ฮีโมฟีลุส อินฟลูเอ็นซา ชนิดไม่มีเปลือกหุ้ม) ….. เชื้อโรคอะไรไม่รู้ ชื่อเรียกก็ยาก มาลองรู้จักกันหน่อยดีไหม? เชื้อนิวโมคอคคัสเป็นเชื้อแบคทีเรีย ที่พบได้ 21%-59% ในโพรงจมูกและลำคอของเด็กที่แข็งแรงดี ส่วนเชื้อเอ็นทีเอชไอพบได้ในโพรงจมูกและลำคอได้ถึง 60%-90% ของเด็กที่แข็งแรงดี เชื้อโรค 2 ชนิดนี้อาศัยอยู่ในร่างกายของเด็ก โดยส่วนใหญ่จะไม่ก่อโรค แต่เมื่อใดที่ร่างกายอ่อนแอ เช่นป่วยเป็นหวัด ติดเชื้อไวรัสในทางเดินหายใจ เชื้อโรค 2 ชนิดนี้จะเข้าไปในอวัยวะต่างๆก่อให้เกิดอันตรายได้ เชื้อนิวโมคอคคัส และเชื้อเอ็นทีเอชไอ ในเด็กเล็กๆที่ภูมิต้านทานยังไม่แข็งแรงเป็นสาเหตุของการติดเชื้อที่รุนแรง ที่เยื่อหุ้มสมองและในกระแสเลือดและยังเป็นสาเหตุหลักในการก่อให้เกิดโรคติด เชื้อทางเดินหายใจ เช่น หูชั้นกลางอักเสบ ไซนัสอักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดบวม เป็นต้น นอกจากนี้เชื้อเอ็นทีเอชไอยังทำให้เป็นโรคตาแดง เยื่อบุตาอักเสบด้วย ในแต่ละปีเชื้อนิวโมคอคคัสทำให้เด็กทั่วโลกเสียชีวิตมากกว่า 1ล้านคน เชื้อร้ายนี้ ก่อโรคได้อย่างไร ? ใน เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปีมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อโรค 2 ชนิดนี้ โดยเชื้อโรคจะติดต่อจากคนสู่คนโดยการหายใจหรือไปสัมผัสกับ เสมหะ น้ำมูก น้ำลายของคนที่ติดเชื้อ เช่น [...]

Read more ›
ฝึกทารกว่ายน้ำ เพิ่มทักษะการทรงตัว

ฝึกทารกว่ายน้ำ เพิ่มทักษะการทรงตัว

0 by / on November 14, 2012, 11:03 pm / in บทความเพื่อลูกรัก, สาระน่ารู้

การวิจัยล่าสุดพบว่า การฝึกทารกให้ว่ายน้ำตั้งแต่ช่วง 2-3 เดือนแรกจะช่วยพัฒนาทักษะด้านการทรงตัวและการหยิบจับสิ่งของเมื่อทารกโตขึ้น จากการศึกษาของศาสตราจารย์เฮอร์มุนเดอร์ ซิกมุดสัน และไบรอัน ฮอบกินส์ จากสาขาจิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยแลนคาสเตอร์ โดยเปรียบเทียบพฤติกรรมของทารกอายุ 2-3 เดือน จำนวน 2 กลุ่ม กลุ่มละ 19 คน โดยกลุ่มหนึ่งให้ฝึกว่ายน้ำ 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ไปจนถึงอายุ 7 เดือน ส่วนอีกกลุ่มไม่ได้รับการฝึกว่ายน้ำ โดยทารกกลุ่มที่ได้รับการฝึกว่ายน้ำนั้น จะได้ฝึกว่ายในท่าตีลังกาบนแผ่นโฟมลอยน้ำ การดำน้ำ การพยุงตัวในน้ำ และการคว้าจับสิ่งของ และเมื่อเด็กทั้ง 2 กลุ่มอายุประมาณ 5 ขวบ นักวิจัยจึงทำการประเมินผล อีกครั้งโดยการทดสอบให้เด็กเดินด้วยปลายเท้า ฝึกการทรงตัวบนเชือก กลิ้งลูกบอลไปยังเป้าหมาย และหยิบสิ่งของ พบว่าเด็กกลุ่มที่ได้รับการ ฝึกว่ายน้ำสามารถทรงตัวและหยิบจับสิ่งของได้ดีกว่า “ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมานี้ ในยุโรปมีการฝึกทารกให้ว่ายน้ำเฉลี่ยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง โดยครูฝึกเด็กทารกจะสามารถฝึกเด็กตั้งแต่อายุ 3 เดือนได้อย่างถูกต้องตามหลักทฤษฎีของการว่ายน้ำ จึงไม่เป็นอันตรายและจะช่วยพัฒนาทักษะในด้านการทรงตัว การคว้าจับสิ่งของให้กับทารกเมื่อโตขึ้นอีกด้วย” ศาสตราจารย์ซิกมุดสันกล่าว

Read more ›
มาทำความรู้จัก สไตล์ดูดนม” ของลูกน้อย

มาทำความรู้จัก สไตล์ดูดนม” ของลูกน้อย

0 by / on November 14, 2012, 10:59 pm / in บทความเพื่อลูกรัก, สาระน่ารู้

ทารกทุกคนต่างมีนิสัยเฉพาะตัวซึ่งอาจทำให้มีวิธีการ กินนมที่แตกต่างกันออกไป ลูกน้อยของคุณอาจมีสไตล์กินนมแบบหนึ่งในสไตล์ที่นักวิจัยจัดแบ่งไว้ มีทุกแบบผสมกัน หรือมีลักษณะเป็นของตัวเอง – แบบดุดัน ทารกกลุ่มนี้จะดูดนมแบบเกาะติดเหนียวหนึบและดูดรวดเร็วแทบจะไม่กลืน ใช้เวลาในการกินนม 10-20 นาที กลุ่มนี้ไม่มีเอื่อยเฉื่อย เวลากินนมไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ในครั้งแรกๆ อาจดูดจริงจังจนทำให้แม่รู้สึกเจ็บและหัวนมบอบช้ำได้ แต่อย่ากังวลไป เพราะเมื่อเคยชินกับการป้อนนมฉลามน้อยแล้ว ร่างกายก็จะปรับตัวให้แข็งแรงขึ้นเองได้อย่างรวดเร็ว – แบบตื่นเต้นเกินเหตุ เบ บี๋กลุ่มนี้เวลาหิวมักจะลนจนคว้าเต้าไว้ไม่อยู่ แล้วก็ร้องไห้ด้วยความไม่พอใจไปตามระเบียบ คุณแม่เพียงแต่ฝึกความอดทนเพิ่มเป็นพิเศษ เพราะต้องทำให้ลูกอารมณ์ดีและสงบก่อนค่อยพาเข้าเต้าใหม่ แต่โดยปกติทารกกลุ่มนี้จะปรับตัวได้ดีขึ้นเมื่อฝึกดูดเก่งขึ้น – แบบผลัดวันประกันพรุ่ง เด็ก กลุ่มนี้จะไม่แสดงความสนใจหรือความสามารถในการดูดนมจนกระทั่งวันที่สี่หรือ ห้าเมื่อน้ำนมแม่เริ่มไหล การบังคับให้เบบี๋กลุ่มนี้ดูดนมก่อนที่เขาคิดจะทำหรืออยากทำนั้นไม่มี ประโยชน์ เพราะลูกน้อยสไตล์นี้จะเริ่มสนใจดูดนมเมื่อเขาพร้อมและรู้สึกดี – แบบนักชิมไวน์ เบบี๋จะชอบเล่นหัวนมแม่ โดยจะอมเอาไว้ ชิมน้ำนมเล็กน้อย ดูดเสียงจ๊วบจ๊าบก่อนกลืนลงไปทีละอึกอย่างช้าๆ ลูกน้อยสไตล์นี้น้ำนมแม่ไม่ใช่อาหารจานด่วน ฉะนั้นหากคุณพยายามเร่งให้เขารีบดูดรีบอิ่มจึงอาจทำเขาไม่พอใจ และจะเสียอารมณ์ทั้งแม่และลูก การปล่อยให้เขาใช้เวลาดื่มด่ำกับรสชาติของน้ำนมอย่างเต็มที่ในทุกๆหยดจะเป็น การดีกว่า – แบบจอมขอเวลานอก สังเกตได้จากทารกกลุ่มนี้จะชอบดูดนมแล้วพักเป็นระยะๆ ดูดๆหยุดๆ เช่นดูดสัก 15 นาที งีบอีก 15 นาที แล้วค่อยตื่นมาดูดต่อแม่ที่ให้นมลูกน้อยจอมขอเวลานอกนี้จะกินเวลานานและต้อง ใช้ความอดทนมากพอสมควร เพราะคุณไม่สามารถเร่งรัดการกินของเด็กน้อยได้เลย

Read more ›
ระวัง ! ลูกน้อยโดนไฟดูด

ระวัง ! ลูกน้อยโดนไฟดูด

0 by / on November 13, 2012, 6:51 pm / in บทความเพื่อลูกรัก, สาระน่ารู้

เด็กกับกระแสไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ต้องระวังมากที่สุด แต่ระวังเท่าไรก็ไม่ทันเจ้าตัวเล็ก ที่กำลังอยู่ในวัยอยากรู้อยากเห็นไปหมดทุกเรื่องเดี๋ยวแหย่โน่น เดี๋ยวจับนี้ ให้คุณแม่ได้ปวดหัวทุกครั้ง ฉบับนี้มีวิธีการช่วยเหลือเบื้องต้น ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อเจ้าหนู โดนไฟดูด   – สิ่งแรกที่คุณแม่ต้องทำคือตั้งสติ อย่าตกใจ ดึงปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกทันทีหรือตัดกระแสไฟ ให้ใช้ไม้แห้ง ผ้าแห้ง เขี่ยหรือดึงลูกออกจากกระแสไฟฟ้า   – ถ้าลูกไม่รู้สึกตัว รีบตรวจสอบการหายใจของลูก   – ถ้ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในปากรีบล้วงออก เพื่อให้ลูกหายใจได้สะดวก   – ถ้าลูกไม่หายใจ หัวใจไม่เต้น ให้เป่าปาก 2 ครั้งสลับกับนวดหัวใจ 15 ครั้ง จนกว่าจะฟื้นหรือถึงโรงพยาบาล   – ถ้ายังรู้สึกตัวดีอยู่ ให้จับตัวลูกนอนตะแคงกึ่งคว่ำ เพื่อป้องกันลิ้นหัวใจตกไปอุดทางเดินหายใจ   – ปิดแผลด้วยผ้าสะอาดเพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าแผล   – นำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว ป้องกันอันตราย จากไฟดูด   – เก็บเครื่องใช้ไฟฟ้าให้พ้นมื้อเด็ก และม้วนเก็บสายไฟให้เรียบร้อย   – ติดตั้งปลั๊กไฟให้สูงกว่าพื้นประมาณ 1.5 เมตร เพื่อป้องกันการเล่น การแหย่ของเด็กเล็ก ถ้าที่เสียบปลั๊ก [...]

Read more ›
สุดยอดอาหารสร้างลูกเป็นอัจฉริยะ

สุดยอดอาหารสร้างลูกเป็นอัจฉริยะ

0 by / on November 13, 2012, 6:49 pm / in สาระน่ารู้

ทำอย่างไรดี ลูกกินยากจัง! คำถามที่พบบ่อยมากคือ “ตอนช่วงเป็นเบบี๋ลูกกินทุกอย่าง ป้อนอะไรให้ก็อ้าปากรับหมด แต่ทำไมพอโตขึ้นไม่ยอมกินอะไรเลย” เป็นเรื่องปกตินะคะที่เด็กจะกินน้อยลงหลังจากอายุ 1 ขวบ เด็กเริ่มเดินได้เป็นตัวชองตัวเองมากขึ้น และมีโลกของการเรียนรู้อยู่รอบตัว แน่นอนที่เขาอยากจะสำรวจโลกมากกว่านั่งกินอาหาร และเป็นปกติด้วยที่ความหิวของลูกจะต่างกันในแต่ละวันหรือในแต่ละมื้อ ถ้าลูกดูปกติ แข็งแรงดี ร่าเริงแจ่มใส และเจริญเติบโตดี ก็แสดงว่าลูกได้รับอาหารเพียงพอแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรมาก   เวลามีผู้ปกครองมาขอคำแนะนำเรื่องลูกไม่กินหรือลูกกินยาก ผู้เขียนจะถามผู้ปกครองว่าลูกกินอาหารเป็นมื้อ รวมทั้งมื้อว่างหรือเปล่า จริงอยู่ที่ลูกมีอาหาร 3 มื้อและมื้อว่าง แต่ระหว่างนั้นก็อาจมีของจุบจิบเต็มไปหมด จนแยกไม่ออกว่ามื้ออาหารอยู่ตอนไหน พอถึงเวลาของมื้ออาหารก็หมดหิวแล้ว เวลาไปช็อปปิ้งที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ตลาด หรือเซเว่นอีเลฟเว่น ลูกร้องขอซื้อขนมขณะยืนเข้าแถวจ่ายเงิน ผู้ปกครองอาจใจอ่อนซื้อให้กินรองท้องไปก่อน ทั้งๆที่อีกไม่นานก็ถึงเวลามื้ออาหารแล้ว ก็เหมือนเป็นการตัดกำลังความหิวลง ลูกจึงไม่ค่อยกินอะไรเวลาคนอื่นเขานั่งกินข้าวกัน ทำให้ดูเหมือนลูกกินน้อย กฎที่บ้านของผู้เขียนคือ หลังสี่โมงเย็นห้ามกินอาหารทุกอย่าง ยกเว้นน้ำเปล่า จนกว่าจะถึงหกโมงเย็นซึ่งเป็นเวลาของมื้อเย็น นั่นคือแสดงว่าอาหารว่างควรอยู่ที่ 15.00 น. หรือ 16.00 น. เท่านั้น พี่เลี้ยงและคุณย่าจะทราบดี ถ้าลูกร้องกินโน่นกินนี่ ทุกคนในบ้านจะพยายามเบี่ยงเบนความสนใจไปเตะฟุตบอล ขี่จักรยาน ทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงเยอะๆ พอถึงมื้อเย็นลูกก็หิวมาก กินอาหารได้เยอะสมใจ (คุณแม่)   คุณพ่อคุณแม่เป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ลูกหรือเปล่า   [...]

Read more ›
กระตุ้นพัฒนาการลูกน้อย ด้วยเสียงดนตรี

กระตุ้นพัฒนาการลูกน้อย ด้วยเสียงดนตรี

0 by / on November 13, 2012, 6:46 pm / in บทความเพื่อลูกรัก, สาระน่ารู้

ากันว่าเด็กที่ได้ฟังเพลงคลาสสิกตั้งแต่อยู่ในท้องแม่จะทำให้ คลอดออกมาแล้วเป็นเด็กอารมณ์ดี เลี้ยงง่ายแต่ที่จริงแล้ว เพลงและเสียงดนตรีสามารถช่วยกระตุ้นพัฒนาการของเด็กในทุกช่วงวัยทั้งตอนอยู่ ในท้องแม่ หรือเมื่อคลอดออกมาแล้ว คุณแม่จึงควรเลือกดนตรีที่เหมาะสมกับช่วงวัยของลูกน้อยด้วยค่ะ เสียงดนตรีตามวัย   เสียงดนตรีที่ลูกน้อยควรได้รับฟังในแต่ละช่วงวัยนั้น ควรเป็นไปตามอายุที่โตขึ้นของลูกน้อย เพราะยิ่งลูกโตขึ้น การรับรู้และระบบประสาทของลูกน้อยก็จะสามารถฟังเพลงที่ซับซ้อนและมี ปฏิกิริยาตอบสนองต่อเพลงเหล่านั้นได้มากยิ่งขึ้น   – วัย 1-3 เดือน ลูกจะชอบฟังเพลงสบายๆ ช้าๆ หรือเพลงกล่อมเด็ก ซึ่งการฟังเพลงกล่อมจากแม่หรือเสียงที่มีความนุ่มนวล อ่อนโยน จะทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย ในวัยนี้ลูกจะเริ่มมองหาที่มาของเสียงที่ได้ยิน แสดงความชอบใจและเริ่มเปล่งเสียงตอบสนองในลำคอได้   – วัย 4-5 เดือน ลูกเรียนรู้จังหวะได้มากขึ้น ตอบสนองต่อจังหวะและทำนอง เมื่อได้ยินจังหวะที่ชื่นชอบจะยิ้มตีมือชอบใจ หรืออาจส่ายหัวตามจังหวะเพลง คุณแม่จึงควรเลือกเพลงหรือดนตรีที่มีจังหวะสนุกสนานให้ลูกฟัง   – วัย 6-12 เดือน ในวัยนี้ลูกมีพัฒนาการทางภาษามากขึ้นและเริ่มออกเสียงเป็นพยางค์ได้บ้างแล้ว คุณแม่อาจเลือกเพลงที่เป็นคำคล้องจองง่ายๆ ให้ลูกฟัง ซึ่งการให้ลูกฟังเพลงที่มีเนื้อร้องสั้นๆ ง่ายๆ ลูกจะพยายามส่งเสียงเลียนแบบเสียงที่ได้ยิน และแสดงท่าทางต่างๆ ตามเพลง เช่น ผงกศีรษะ โน้มตัวไปมา   – วัย 1-3 ขวบ การให้ลูกฟังเพลงหรือดนตรีที่มีความซับซ้อนจะช่วยกระตุ้นคลื่นสมองของลูกให้ เกิดการจัดเรียงตัวและเกิดความคิดสร้างสรรค์ [...]

Read more ›