Post Tagged with: "เนอสเซอรี่ชลบุรี"

ระเบียบการรับสมัคร

ระเบียบการรับสมัคร

0 by / on January 2, 2013, 6:36 pm / in บ้านครูน้ำฝน เนอร์เซอรี่, ระบบการเรียนการสอน

ขั้นตอนการรับสมัคร ให้ผู้ปกครองที่สนใจให้มาติดต่อขอรับใบสมัครได้ที่บ้านครูน้ำฝนทั้งทั้งสาม สาขา ดูแผนที่>> คลิ๊กทีนี่  หรือสามารถโทรสอบถามได้ที่เบอร์สำนักงาน : 038-242-399,038-215444 มือถือสายตรง 089-2462-319 (ครูน้ำฝน) เมื่อทุกอย่างตรงตามเงื่อนไขเจ้าหน้าที่จะแจ้งตอบรับพร้อมนัดวันมอบตัวเด็ก ผู้ปกครองเตรียมเอกสารประกอบการรับสมัคร พร้อมชำระค่าเรียนในวันมอบตัวเด็ก เอกสารประกอบการรับสมัคร สำเนาสูติบัตรของเด็ก    จำนวน  1   ฉบับ สำเนาทะเบียนบ้านเด็ก  จำนวน   1  ฉบับ รูปถ่ายเด็กขนาด  2  นิ้ว จำนวน   2   รูป สำเนาบัตรประชาชนผู้ปกครอง  จำนวน  1   ฉบับ สำเนาทะเบียนบ้านผู้ปกครอง  จำนวน  1   ฉบับ รูปถ่ายผู้ปกครองขนาด  2  นิ้ว   จำนวน    1   รูป สำเนาพาสปอร์ต(กรณีเป็นชาวต่างชาติ)  1   ฉบับ 1) โรงเรียนอาเซียนวิเทศศาสตร์เป็นโรงเรียนสองภาษา(English Program)ครูต่างชาติเจ้าของภาษาประจำห้องเรียนมีสอนเสริมภาษาจีนและภาษาญี่ปุ่นรับเด็กอายุ 1.8-6ขวบ อยู่ 24/5(สี่แยกดอนหัวฬ่อ) หมู่ 3 ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี โทร 089-2462319,089-8332049,038-242399 2) บ้านครูน้ำฝนสาขา2(อาเซี่ยน อินเตอร์ [...]

Read more ›
บรรยากาศบ้านครูน้ำฝน

บรรยากาศบ้านครูน้ำฝน

0 by / on November 16, 2012, 12:46 am / in บ้านครูน้ำฝน เนอร์เซอรี่, ภาพบรรยากาศ
Read more ›
มาทำความรู้จัก สไตล์ดูดนม” ของลูกน้อย

มาทำความรู้จัก สไตล์ดูดนม” ของลูกน้อย

0 by / on November 14, 2012, 10:59 pm / in บทความเพื่อลูกรัก, สาระน่ารู้

ทารกทุกคนต่างมีนิสัยเฉพาะตัวซึ่งอาจทำให้มีวิธีการ กินนมที่แตกต่างกันออกไป ลูกน้อยของคุณอาจมีสไตล์กินนมแบบหนึ่งในสไตล์ที่นักวิจัยจัดแบ่งไว้ มีทุกแบบผสมกัน หรือมีลักษณะเป็นของตัวเอง – แบบดุดัน ทารกกลุ่มนี้จะดูดนมแบบเกาะติดเหนียวหนึบและดูดรวดเร็วแทบจะไม่กลืน ใช้เวลาในการกินนม 10-20 นาที กลุ่มนี้ไม่มีเอื่อยเฉื่อย เวลากินนมไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ในครั้งแรกๆ อาจดูดจริงจังจนทำให้แม่รู้สึกเจ็บและหัวนมบอบช้ำได้ แต่อย่ากังวลไป เพราะเมื่อเคยชินกับการป้อนนมฉลามน้อยแล้ว ร่างกายก็จะปรับตัวให้แข็งแรงขึ้นเองได้อย่างรวดเร็ว – แบบตื่นเต้นเกินเหตุ เบ บี๋กลุ่มนี้เวลาหิวมักจะลนจนคว้าเต้าไว้ไม่อยู่ แล้วก็ร้องไห้ด้วยความไม่พอใจไปตามระเบียบ คุณแม่เพียงแต่ฝึกความอดทนเพิ่มเป็นพิเศษ เพราะต้องทำให้ลูกอารมณ์ดีและสงบก่อนค่อยพาเข้าเต้าใหม่ แต่โดยปกติทารกกลุ่มนี้จะปรับตัวได้ดีขึ้นเมื่อฝึกดูดเก่งขึ้น – แบบผลัดวันประกันพรุ่ง เด็ก กลุ่มนี้จะไม่แสดงความสนใจหรือความสามารถในการดูดนมจนกระทั่งวันที่สี่หรือ ห้าเมื่อน้ำนมแม่เริ่มไหล การบังคับให้เบบี๋กลุ่มนี้ดูดนมก่อนที่เขาคิดจะทำหรืออยากทำนั้นไม่มี ประโยชน์ เพราะลูกน้อยสไตล์นี้จะเริ่มสนใจดูดนมเมื่อเขาพร้อมและรู้สึกดี – แบบนักชิมไวน์ เบบี๋จะชอบเล่นหัวนมแม่ โดยจะอมเอาไว้ ชิมน้ำนมเล็กน้อย ดูดเสียงจ๊วบจ๊าบก่อนกลืนลงไปทีละอึกอย่างช้าๆ ลูกน้อยสไตล์นี้น้ำนมแม่ไม่ใช่อาหารจานด่วน ฉะนั้นหากคุณพยายามเร่งให้เขารีบดูดรีบอิ่มจึงอาจทำเขาไม่พอใจ และจะเสียอารมณ์ทั้งแม่และลูก การปล่อยให้เขาใช้เวลาดื่มด่ำกับรสชาติของน้ำนมอย่างเต็มที่ในทุกๆหยดจะเป็น การดีกว่า – แบบจอมขอเวลานอก สังเกตได้จากทารกกลุ่มนี้จะชอบดูดนมแล้วพักเป็นระยะๆ ดูดๆหยุดๆ เช่นดูดสัก 15 นาที งีบอีก 15 นาที แล้วค่อยตื่นมาดูดต่อแม่ที่ให้นมลูกน้อยจอมขอเวลานอกนี้จะกินเวลานานและต้อง ใช้ความอดทนมากพอสมควร เพราะคุณไม่สามารถเร่งรัดการกินของเด็กน้อยได้เลย

Read more ›
ระวัง ! ลูกน้อยโดนไฟดูด

ระวัง ! ลูกน้อยโดนไฟดูด

0 by / on November 13, 2012, 6:51 pm / in บทความเพื่อลูกรัก, สาระน่ารู้

เด็กกับกระแสไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ต้องระวังมากที่สุด แต่ระวังเท่าไรก็ไม่ทันเจ้าตัวเล็ก ที่กำลังอยู่ในวัยอยากรู้อยากเห็นไปหมดทุกเรื่องเดี๋ยวแหย่โน่น เดี๋ยวจับนี้ ให้คุณแม่ได้ปวดหัวทุกครั้ง ฉบับนี้มีวิธีการช่วยเหลือเบื้องต้น ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อเจ้าหนู โดนไฟดูด   – สิ่งแรกที่คุณแม่ต้องทำคือตั้งสติ อย่าตกใจ ดึงปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกทันทีหรือตัดกระแสไฟ ให้ใช้ไม้แห้ง ผ้าแห้ง เขี่ยหรือดึงลูกออกจากกระแสไฟฟ้า   – ถ้าลูกไม่รู้สึกตัว รีบตรวจสอบการหายใจของลูก   – ถ้ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในปากรีบล้วงออก เพื่อให้ลูกหายใจได้สะดวก   – ถ้าลูกไม่หายใจ หัวใจไม่เต้น ให้เป่าปาก 2 ครั้งสลับกับนวดหัวใจ 15 ครั้ง จนกว่าจะฟื้นหรือถึงโรงพยาบาล   – ถ้ายังรู้สึกตัวดีอยู่ ให้จับตัวลูกนอนตะแคงกึ่งคว่ำ เพื่อป้องกันลิ้นหัวใจตกไปอุดทางเดินหายใจ   – ปิดแผลด้วยผ้าสะอาดเพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าแผล   – นำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว ป้องกันอันตราย จากไฟดูด   – เก็บเครื่องใช้ไฟฟ้าให้พ้นมื้อเด็ก และม้วนเก็บสายไฟให้เรียบร้อย   – ติดตั้งปลั๊กไฟให้สูงกว่าพื้นประมาณ 1.5 เมตร เพื่อป้องกันการเล่น การแหย่ของเด็กเล็ก ถ้าที่เสียบปลั๊ก [...]

Read more ›
สุดยอดอาหารสร้างลูกเป็นอัจฉริยะ

สุดยอดอาหารสร้างลูกเป็นอัจฉริยะ

0 by / on November 13, 2012, 6:49 pm / in สาระน่ารู้

ทำอย่างไรดี ลูกกินยากจัง! คำถามที่พบบ่อยมากคือ “ตอนช่วงเป็นเบบี๋ลูกกินทุกอย่าง ป้อนอะไรให้ก็อ้าปากรับหมด แต่ทำไมพอโตขึ้นไม่ยอมกินอะไรเลย” เป็นเรื่องปกตินะคะที่เด็กจะกินน้อยลงหลังจากอายุ 1 ขวบ เด็กเริ่มเดินได้เป็นตัวชองตัวเองมากขึ้น และมีโลกของการเรียนรู้อยู่รอบตัว แน่นอนที่เขาอยากจะสำรวจโลกมากกว่านั่งกินอาหาร และเป็นปกติด้วยที่ความหิวของลูกจะต่างกันในแต่ละวันหรือในแต่ละมื้อ ถ้าลูกดูปกติ แข็งแรงดี ร่าเริงแจ่มใส และเจริญเติบโตดี ก็แสดงว่าลูกได้รับอาหารเพียงพอแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรมาก   เวลามีผู้ปกครองมาขอคำแนะนำเรื่องลูกไม่กินหรือลูกกินยาก ผู้เขียนจะถามผู้ปกครองว่าลูกกินอาหารเป็นมื้อ รวมทั้งมื้อว่างหรือเปล่า จริงอยู่ที่ลูกมีอาหาร 3 มื้อและมื้อว่าง แต่ระหว่างนั้นก็อาจมีของจุบจิบเต็มไปหมด จนแยกไม่ออกว่ามื้ออาหารอยู่ตอนไหน พอถึงเวลาของมื้ออาหารก็หมดหิวแล้ว เวลาไปช็อปปิ้งที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ตลาด หรือเซเว่นอีเลฟเว่น ลูกร้องขอซื้อขนมขณะยืนเข้าแถวจ่ายเงิน ผู้ปกครองอาจใจอ่อนซื้อให้กินรองท้องไปก่อน ทั้งๆที่อีกไม่นานก็ถึงเวลามื้ออาหารแล้ว ก็เหมือนเป็นการตัดกำลังความหิวลง ลูกจึงไม่ค่อยกินอะไรเวลาคนอื่นเขานั่งกินข้าวกัน ทำให้ดูเหมือนลูกกินน้อย กฎที่บ้านของผู้เขียนคือ หลังสี่โมงเย็นห้ามกินอาหารทุกอย่าง ยกเว้นน้ำเปล่า จนกว่าจะถึงหกโมงเย็นซึ่งเป็นเวลาของมื้อเย็น นั่นคือแสดงว่าอาหารว่างควรอยู่ที่ 15.00 น. หรือ 16.00 น. เท่านั้น พี่เลี้ยงและคุณย่าจะทราบดี ถ้าลูกร้องกินโน่นกินนี่ ทุกคนในบ้านจะพยายามเบี่ยงเบนความสนใจไปเตะฟุตบอล ขี่จักรยาน ทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงเยอะๆ พอถึงมื้อเย็นลูกก็หิวมาก กินอาหารได้เยอะสมใจ (คุณแม่)   คุณพ่อคุณแม่เป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ลูกหรือเปล่า   [...]

Read more ›
กระตุ้นพัฒนาการลูกน้อย ด้วยเสียงดนตรี

กระตุ้นพัฒนาการลูกน้อย ด้วยเสียงดนตรี

0 by / on November 13, 2012, 6:46 pm / in บทความเพื่อลูกรัก, สาระน่ารู้

ากันว่าเด็กที่ได้ฟังเพลงคลาสสิกตั้งแต่อยู่ในท้องแม่จะทำให้ คลอดออกมาแล้วเป็นเด็กอารมณ์ดี เลี้ยงง่ายแต่ที่จริงแล้ว เพลงและเสียงดนตรีสามารถช่วยกระตุ้นพัฒนาการของเด็กในทุกช่วงวัยทั้งตอนอยู่ ในท้องแม่ หรือเมื่อคลอดออกมาแล้ว คุณแม่จึงควรเลือกดนตรีที่เหมาะสมกับช่วงวัยของลูกน้อยด้วยค่ะ เสียงดนตรีตามวัย   เสียงดนตรีที่ลูกน้อยควรได้รับฟังในแต่ละช่วงวัยนั้น ควรเป็นไปตามอายุที่โตขึ้นของลูกน้อย เพราะยิ่งลูกโตขึ้น การรับรู้และระบบประสาทของลูกน้อยก็จะสามารถฟังเพลงที่ซับซ้อนและมี ปฏิกิริยาตอบสนองต่อเพลงเหล่านั้นได้มากยิ่งขึ้น   – วัย 1-3 เดือน ลูกจะชอบฟังเพลงสบายๆ ช้าๆ หรือเพลงกล่อมเด็ก ซึ่งการฟังเพลงกล่อมจากแม่หรือเสียงที่มีความนุ่มนวล อ่อนโยน จะทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย ในวัยนี้ลูกจะเริ่มมองหาที่มาของเสียงที่ได้ยิน แสดงความชอบใจและเริ่มเปล่งเสียงตอบสนองในลำคอได้   – วัย 4-5 เดือน ลูกเรียนรู้จังหวะได้มากขึ้น ตอบสนองต่อจังหวะและทำนอง เมื่อได้ยินจังหวะที่ชื่นชอบจะยิ้มตีมือชอบใจ หรืออาจส่ายหัวตามจังหวะเพลง คุณแม่จึงควรเลือกเพลงหรือดนตรีที่มีจังหวะสนุกสนานให้ลูกฟัง   – วัย 6-12 เดือน ในวัยนี้ลูกมีพัฒนาการทางภาษามากขึ้นและเริ่มออกเสียงเป็นพยางค์ได้บ้างแล้ว คุณแม่อาจเลือกเพลงที่เป็นคำคล้องจองง่ายๆ ให้ลูกฟัง ซึ่งการให้ลูกฟังเพลงที่มีเนื้อร้องสั้นๆ ง่ายๆ ลูกจะพยายามส่งเสียงเลียนแบบเสียงที่ได้ยิน และแสดงท่าทางต่างๆ ตามเพลง เช่น ผงกศีรษะ โน้มตัวไปมา   – วัย 1-3 ขวบ การให้ลูกฟังเพลงหรือดนตรีที่มีความซับซ้อนจะช่วยกระตุ้นคลื่นสมองของลูกให้ เกิดการจัดเรียงตัวและเกิดความคิดสร้างสรรค์ [...]

Read more ›
4 ไม้เด็ดขจัดปัญหา เจ้าหนูไม่ (อยาก) อาบน้ำ

4 ไม้เด็ดขจัดปัญหา เจ้าหนูไม่ (อยาก) อาบน้ำ

0 by / on November 13, 2012, 6:42 pm / in บทความเพื่อลูกรัก, สาระน่ารู้

พ่อแม่มือใหม่คงสงสัย เพราะอะไรตอนแบเบาะถึงเวลาอาบน้ำ เจ้าตัวน้อยไม่มีอิดออดแถมบางคนกระดี๊กระด๊าด้วยซ้ำ แต่แค่เข้าวัยเตาะแตะ เกิดงอแงและ ไม่ชอบอาบน้ำเป็นจริงเป็นจังเสียอย่างนั้นจนพ่อแม่บางคนอาจคิดไปไกลว่า เอ๊ะ ลูกเราเกิดกลัวน้ำขึ้นมาหรือเปล่า   ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมเด็กอธิบายว่า ไม่ใช่อาการกลัวน้ำหรอกค่ะ แต่เพราะวัยทารกชอบการทำอะไรตามเวลา เพราะทำให้เขาคาดเดาได้จึงรู้สึกสบายใจ พอถึงเวลาอาบน้ำพ่อแม่พาอาบตามเวลา เจ้าหนูก็สนุกและชอบใจ ครั้นโตขึ้นเข้าวัยเตาะแตะ ตอนนี้เขาเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเอง รู้แล้วว่าอยากหรือไม่อยากทำอะไร พอเราจะให้เขาอาบน้ำ แต่เขายังอยากเล่นอยู่ เจ้าหนูจึงออกอาการต่อต้านอย่างที่คุณๆ เจอนั่นแหละ   แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะ ที่ผ่านมาถ้าคุณใช้วิธีลืมๆ ไม่อาบน้ำบ้าง เพราะไม่อยากก่อสงครามเล็กๆใส่กัน ผู้เชี่ยวชาญไม่แนะนำค่ะเพราะทำบ่อยๆ จะติดเป็นนิสัย เลยมีวิธีมาชวนคุณๆ ลองนำไปปรับใช้       1 สับเปลี่ยนเวลาอาบน้ำโดยปรับกิจวัตรอื่นๆ ไม่ให้เสียกระบวน เช่น คุณเริ่มต้นกิจวัตรการเข้านอนด้วยการอาบน้ำ พอแม่พาอาบน้ำจึงเป็นสัญญาณที่เขารู้แล้วว่า ต่อไปต้องเข้านอน ซึ่งแปลว่าเขาต้องหยุดเล่นขณะที่เขายังไม่อยากหยุดเล่นนี่นา ฉะนั้นวิธีง่ายๆ คือลองเปลี่ยนมาอาบน้ำตอนหัวค่ำดูบ้าง หลังอาบน้ำก็ทำกิจวัตรอื่นๆ ที่ไม่ใช่การเข้านอน เป็นต้น   2 แก้ทางอาการตกใจต่างๆ เวลาอาบน้ำ   • ตกใจตอนน้ำรดตัว : เอาน้ำลูบหัวก่อนเริ่มอาบน้ำด้วยการรดน้ำเย็นๆ ซู่…(หรือน้ำอุ่นก็ตาม) ลงบนตัวตรงๆ เลย อุณหภูมิจะเปลี่ยนอย่างรวดเร็วอาจทำให้ลูกตกใจหรือไม่ชอบ [...]

Read more ›
วิธีรักษาอาการแพ้ไข่และนมวัวได้ผล

วิธีรักษาอาการแพ้ไข่และนมวัวได้ผล

0 by / on November 10, 2012, 7:13 pm / in บทความเพื่อลูกรัก, สาระน่ารู้

ข่าวล่าสำหรับเด็กแพ้อาหาร วิธีรักษาอาการแพ้ไข่และนมวัวได้ผล การ ฉีดยาแก้แพ้เป็นวิธีรักษาอาการแพ้ต่างๆ มานานแล้ว และปัจจุบันผู้ที่แพ้อาหารมักเลือกหลีกเลี่ยงอาหารที่ตนแพ้เพื่อป้องกันตัว เองกันมากขึ้น ถึงอย่างนั้นผู้แพ้อาหารก็ยังมีความเสี่ยงอยู่ โดยเฉพาะผู้ที่แพ้นมวัวและไข่ ซึ่งเป็นกลุ่มอาหารที่มีผู้แพ้มากที่สุด เพราะทั้งนมวัวและไข่เป็นส่วนประกอบสำคัญในการอาหารจำนวนมาก การ ศึกษาล่าสุดที่ปรากฏในวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ (New England Journal of Medicine) พบสัญญาณที่ดีของการรักษาอาการแพ้ดังกล่าวให้หายขาดได้ ด้วยวิธี Oral immunotherapy Oral immunotherapy หมายถึงการให้ผู้ป่วยกินโปรตีนของอาหารที่แพ้ในปริมาณน้อยๆ ทุกวัน และค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ภายใต้การควบคุมอย่างระมัดระวัง โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มความทนทานต่ออาหารนั้น ปัจจุบันอาหารที่มีการวิจัยเพื่อให้การรักษาโดยวิธีนี้ได้แก่ นมวัว ไข่ และถั่วลิสง ซึ่งพบว่ารักษาโดยวิธีนี้ได้สำเร็จเพิ่มมากขึ้น การศึกษา กรณีเด็กแพ้โปรตีนไข่ ทำโดยให้เด็ก 40 คนกินไข่ในปริมาณควบคุมทุกวันเป็นเวลาสองปี พบว่ามีเด็ก 11 คนที่สามารถกลับมากินไข่ได้ตามปกติและไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เช่นเดียวกันกับกรณีของเด็กที่แพ้โปรตีนนมวัว นักวิจัยได้ให้เด็ก 12 คน (อายุระหว่าง 5 – 12 ปี ) ดื่มนมวัวที่ไม่ผ่านกระบวนการแปรรูปใดๆ ในปริมาณควบคุมเป็นเวลาหกสัปดาห์ และเมื่อครบกำหนด พบว่าเด็กทั้งสิบสองคนสามารถกลับมาดื่มนมวันละสองแก้วได้เป็นปกติ การทดลองดังกล่าวสรุปได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงในระบบภูมิคุ้มกันของเด็ก แต่ปฏิกิริยาต่อต้านก็อาจเกิดขึ้นได้บ้างในบางลักษณะ ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่าการศึกษาค้น [...]

Read more ›
ลูกน้อยเป็นหวัดหรือภูมิแพ้กันแน่

ลูกน้อยเป็นหวัดหรือภูมิแพ้กันแน่

0 by / on November 7, 2012, 12:23 am / in บทความเพื่อลูกรัก, สาระน่ารู้

ในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงแบบนี้ คุณพ่อคุณแม่จะรู้สึกว่าลูกมีอาการป่วยอยู่บ่อยๆ เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหล ปวดท้อง งอแงกวนบ่อยๆ ก็คิดว่าเป็นหวัดธรรมดา แต่บางทีอาจจะเป็นภูมิแพ้ได้ การที่จะแยกให้ชัดเจนว่าลูกเป็นหวัดหรือภูมิแพ้กันแน่นั้น ไม่ง่ายเพราะอาการทั้งสองโรคนี้ใกล้เคียงกันมาก ฉบับนี้เรามีวิธีแยกอาการทั้ง 2 มาฝากกัน เพื่อการรักษาอย่างถูกวิธีค่ะ ความแตกต่างของหวัดกับภูมิแพ้ การติดเชื้อหวัด : ลูกน้อยจะมีอาการน้ำมูกข้น (อาจมี สีเหลือง หรือเขียวด้วย) และอาการมักจะดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ ภูมิ แพ้ : อาการที่พบส่วนใหญ่ คือ คัดจมูกบ้าง จาม หรือมีน้ำมูกใสๆ อยู่เรื่อยๆ เด็กบางรายอาจจะมีอาการไอค่อนข้างมาก และอาจมีอาการหอบ ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัส เช่น ไวรัสไข้หวัดใหญ่ ซึ่งอาการหอบที่เกิดจากภูมิแพ้ในรายที่เป็นบ่อยๆ อาจจะกลายเป็นโรคหอบหืดในที่สุด   อาการภูมิแพ้ : ขึ้น อยู่ที่ภูมิต้านทานของเด็กแต่ละคน จะแพ้ไม่เหมือนกัน คุณพ่อคุณแม่อาจสังเกตได้จากสภาพสิ่งแวดล้อม รอบตัวลูก เช่น เมื่ออากาศเย็นลูกอาจจะมีอาการไอ จาม มีน้ำมูกใสๆ หรือเมื่อลูกอยู่ในที่ที่มีควันบุหรี่ลูกอาจมีน้ำมูกไหล เป็นต้น สังเกตอาการแพ้จากพฤติกรรมลูกน้อย ในเด็กที่มีปัญหาภูมิแพ้ อาจทำให้เกิดอาการคัน แน่นจมูก หายใจไม่สะดวก [...]

Read more ›
ทักษะสังคมเริ่มได้ตั้งแต่เบบี๋

ทักษะสังคมเริ่มได้ตั้งแต่เบบี๋

0 by / on October 23, 2012, 9:06 pm / in บทความเพื่อลูกรัก, สาระน่ารู้

ทักษะสังคมเริ่มได้ตั้งแต่เบบี๋  เบบี๋ที่เพิ่งเกิดมาก็มีสัญชาตญาณและเริ่มเรียนรู้การเข้าสังคมแล้วแต่สังคมแรกของเด็กตัวเล็กๆ คือที่ไหน และพ่อแม่จะช่วยเติมเต็มทักษะทางสังคมให้ลูกได้อย่างไร เนอสเซอรี่ชลบุรี บ้านครูน้ำฝน นำมาฝากคุณพ่อคุณแม่ที่นี่ ต้องติดตามกันค่ะ “ครอบครัว” สังคมแรกของเบบี๋ หน่วยที่เล็กที่สุดของสังคมคือครอบครัว แม้ลูกน้อยเพิ่งเกิดมาและแทบไม่ได้ออกไปพบปะผู้คน แต่อย่างน้อยที่สุดลูกจะได้เรียนรู้การเข้าสังคมจากคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งเป็นเพื่อนเล่นคนแรกของลูก ก่อนจะเริ่มใกล้ชิดกับญาติๆ เพื่อนต่างวัยอย่างพี่ๆ และเพื่อนวัยเดียวกัน แล้วการที่ลูกจะสามารถคุ้นเคยกับผู้อื่นจนรู้จักสร้างมิตรภาพได้เองนั้นต้องอาศัยการฝึกฝนทักษะทางสังคมจากคุณพ่อคุณแม่ค่ะ 1. เมล็ดพันธุ์ทางสังคมเริ่มผลิบาน แม้จะใช้ชีวิตอยู่กับคุณพ่อคุณแม่เป็นหลัก แต่เบบี๋วัยแรกเกิดถึง 3 เดือนก็มีสัญชาตญาณในการเข้าสังคมค่ะ สังเกตได้จากการร้องไห้บอกความต้องการ ยิ้มตอบหรือแม้แต่หันหน้าตามทางของเสียงที่ได้ยิน ซึ่งถือเป็นการตอบสนองอย่างหนึ่งค่ะ คุณแม่ควรอุ้ม สัมผัส และโอบกอดลูกน้อยบ่อยๆ เพื่อให้การสัมผัสเป็นจุดเริ่มต้นก่อความผูกพันและกระตุ้นให้ลูกน้อยตื่นตัวที่จะเรียนรู้เข้าสังคม การพูดคุยกับลูกวัยนี้ควรยื่นหน้าเข้าไปมองหน้าลูกใกล้ๆ และใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยนจะทำให้ลูกเรียนรู้ความเป็นมิตรจากน้ำเสียงได้ด้วย 2. เปิดตัวเข้าหาคนอื่น ลูกน้อยวัย 3-5 เดือน เริ่มทักทายคนแปลกหน้าด้วยการส่งเสียงอ้อแอ้ ทำเสียงคิกคักๆ หรืออ้าแขนเอนตัวเข้าหาเพราะอยากให้อุ้ม ซึ่งลูกวัยนี้สามารถบอกความต้องการของตัวเองผ่านการร้องไห้ ส่งเสียงสีหน้า และท่าทางต่างๆ ได้แล้ว ถึงอย่างไรลูกก็จะจำคุณแม่และคนที่คุ้นเคยได้แม่นยำเชียวค่ะ สรรหาเสียงนานาชนิด เช่น เสียงเพลง เสียงดนตรี หรือแม้แต่คุณแม่เองที่เลียนเสียงลูกน้อยด้วยโทนเสียงสูงๆ ต่ำๆ จะช่วยกระตุ้นการฟังและการกระตุ้นให้ลูกส่งเสียงโต้ตอบด้วย คุณแม่ควรส่งรอยยิ้ม แลบลิ้น หรือแสดงท่าทางและอารมณ์ต่างๆ อย่างชัดเจนกับลูกจะทำให้ลูกเห็นการแสดงออกและแยกแยะความแตกต่างของท่าทางและอารมณ์ได้และค่อยดูดีๆ จะเห็นเจ้าตัวเล็กเลียนแบบท่าทางนั้นๆ ค่ะ 3. [...]

Read more ›